Category Archives: บทความสำหรับคนรักรถ

มาดู Mitsubishi Eclipse Cross 2018 ใหม่ ตัวจริงสวยไม่ใช่เล่น

Mitsubishi-Eclipse-Cross-2018

Mitsubishi-Eclipse-Cross-2018

Mitsubishi Eclipse Cross 2018 ใหม่ ถูกเผยโฉมอย่างเป็นทางการที่ประเทศญี่ปุ่นในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ 2017

Mitsubishi Eclipse Cross เป็นรถเอสยูวีขนาดกลางที่ถูกวางให้เป็นคู่แข่ง Toyota C-HR, Honda HR-V และ Hyundai Kona เป็นต้น ขนาดตัวถังอยู่แทรกกลางระหว่าง ASX และ Outlander ในปัจจุบัน ในตลาดอังกฤษถูกติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตรเทอร์โบชาร์จ กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติพร้อมโหมดสปอร์ตให้เลือก

 

Mitsubishi-Eclipse-Cross-2018

Mitsubishi-Eclipse-Cross-2018


     Mitsubishi Eclipse Cross เวอร์ชั่นอังกฤษถูกติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานมากมาย เช่น เบาะนั่งหุ้มหนัง, เบาะนั่งปรับไฟฟ้าฝั่งผู้ขับ, พาโนรามิคซันรูฟ, ระบบปรับอากาศแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวา, เครื่องเสียง Rockford Fosgate พร้อมลำโพงทั้งหมด 9 จุด, ไฟหน้า LED, ระบบเตือนมุมอับสายตา (BSW), ระบบเตือนเมื่อรถเคลื่อนผ่านขณะถอยหลัง (RCTA), ระบบช่วยเปลี่ยนเลน (LCA) และระบบ Adaptive Cruise Control ขณะที่ระบบความปลอดภัยมาตรฐานมีทั้งระบบ Lane Departure Warning, Hill Start Assist, Brake Assist, ถุงลมนิรภัย 7 ใบ, ไฟหน้าและที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ

Mitsubishi-Eclipse-Cross-2018

Mitsubishi-Eclipse-Cross-2018

     ระบบขับเคลื่อนของ Eclipse Cross ใหม่ ลูกค้าสามารถเลือกได้ทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ Super All-wheel Control (S-AWC) ซึ่งจะมาพร้อมโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ได้แก่ Auto, Snow และ Gravel

     ปัจจุบันราคาจำหน่าย Mitsubishi Eclipse Cross 2018 ในประเทศอังกฤษเริ่มต้นที่ 957,000 บาท

 

มาดู! 9 วิธีประหยัดน้ำมันและเซพเงินในกระเป๋าของเรา

สมัยนี้อะไร ๆ ก็ต้องประหยัดไปซะหมด เพราะค่ากินค่าใช้จ่ายแพงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เว้นแม้แต่ ค่าน้ำมัน ที่เป็นตัวทำเรากระเป๋าแห้งจนกรอบอยู่ทุกเดือน จนแทบจะไม่มีเงินเหลืออกไปเที่ยวบ้างเลย และถ้าคุณไม่อยากให้ค่าน้ำมันมาเบียดเบียเงินในกระเป๋าอีกต่อไป ก็ลองมาอ่านวิธีประหยัดน้ำมันที่เรารวบรวมมาฝากกันเลยดีกว่า รับรองว่าเป็นวิธีง่าย ๆ ทำได้ทุกคน แถมยังประหยัดกว่าเดิมแน่นอน วิธีประหยัดน้ำมัน และเหลือเงินจากค่าน้ำมันเพิ่มง่ายๆดังนี้

1. ขับด้วยความเร็วพอประมาณ

จริงอยู่ว่าการขับรถเร็วจะช่วยให้คุณถึงที่หมายได้เร็วขึ้นอีกเยอะ แต่มันก็เป็นการเปลืองค่าแก๊สหรือน้ำมันด้วยเหมือนกัน แถมยังเสี่ยงกับการฝ่าฝืนกฎจราจรจนต้องมาเสียค่าปรับให้เจ็บใจเล่นอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นพยายามใจเย็น ๆ เข้าไว้ และขับไปตามความเร็วที่กำหนดดีกว่านะครับ

2. ขับด้วยความเร็วพอประมาณ

จริงอยู่ว่าการขับรถเร็วจะช่วยให้คุณถึงที่หมายได้เร็วขึ้นอีกเยอะ แต่มันก็เป็นการเปลืองค่าแก๊สหรือน้ำมันด้วยเหมือนกัน แถมยังเสี่ยงกับการฝ่าฝืนกฎจราจรจนต้องมาเสียค่าปรับให้เจ็บใจเล่นอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นพยายามใจเย็น ๆ เข้าไว้ และขับไปตามความเร็วที่กำหนดดีกว่านะครับ

3. ดับเครื่องยนต์เมื่อจอดรออะไรนานๆอย่าสตาร์ทรถทิ้งไว้

หลาย ๆ คนอาจชอบแวะจอดรถโดยสตาร์ทรถทิ้งเอาไว้ เพราะกลัวว่ารถจะร้อนหรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งคุณควรรู้ไว้ว่าการทำแบบนั้นมันเปลืองน้ำมันสุด ๆ ไปเลยล่ะ ยิ่งไปกว่านั้น หากเปิดแอร์ ไฟหน้า และเครื่องเสียงไปพร้อม ๆ กันด้วย ก็จะกินน้ำมันมากถึง 10% เลยทีเดียว

4. ไม่ต้องเปิดแอร์เย็นจัด

รู้หรือไม่ว่าการทำงานของเครื่องปรับอากาศในรถยนต์เนี่ย มันดึงพลังงานเชื้อเพลิงจากน้ำมันที่คุณไปใช้มากถึง 10 – 20 เปอร์เซนต์เชียวนะ รู้แบบนี้แล้วก็ไม่ต้องเปิดแอร์เย็นฉ่ำทั้งวันขนาดนั้นก็ได้ เอาให้มีลมเย็น ๆ หน่อยก็พอแล้ว หรือช่วงหน้าหนาวอาจเลือกปิดแอร์ไปเลย แล้วเปิดกระจกรถให้ลมเข้ามาบ้างแทนก็ได้นะ

Man with credit card opening fuel tank of his new car

5. ใช้น้ำมันตามที่โรงงานแนะนำ

หากเราใช้น้ำมันต่างจากที่โรงงานผลิตรถแนะนำในแต่ละรุ่น จะทำให้เครื่องยนต์ใช้น้ำมันเปลืองกว่าเดิม เพราะประสิทธิ์ภาพในการสร้างพลังงานลดลง เพราะฉะนั้นเราควรใช้น้ำมันให้ตรงกับเครื่องยนต์ที่เราใช้

6. เติมลมยางให้พอดี

ต้องเดิมลมยางให้พอดีเสมอ จะช่วยให้จะทำให้ใช้รถได้ยาวนานในระยะทางที่เพิ่มขึ้น 3.3% จากคำแนะนำของ Bo Saulsbury,นักวิจัยอาวุโสที่จากแล็บปฏิบัติการแห่งชาติโอ๊กริดจ์ ลองดูแรงดันลมยางที่เหมาะสมสำหรับรถของคุณจากสติ้กเกอร์ที่ติดไว้คำแนะนำหรือดูคู่มือรถ ให้เช็คลมยางเดือนละครั้ง จะทำให้ช่วยประหยัดพลังงานและรถวิ่งได้ดีอีกด้วย

7. หาปั๊มที่ถูกสุดและใกล้เรา

ปั๊มน้ำมันแต่ละปั๊มจะมีราคาที่ต่างกัน การเลือกปั๊มน้ำมันที่ถูกจะทำให้เราประหยัดเงิน แต่ก็ไม่ใช้ว่าต้องขับออกไปไกลเพื่อได้ปั๊มที่ขายน้ำมันถูกสุดนะ

8. รถต้องเบาอยู่เสมอ

การที่รถน้ำหนักมาก จะทำให้เครื่องยนต์ต้องทำงานหนักมากขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้เปลืองน้ำมันยิ่งขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นของที่ไม่จำเป็นก็โละ ๆ ออกไปจากรถบ้างเถอะ รถจะได้ไม่ทำงานหนักจนเสียเร็วและเป็นการประหยัดน้ำมันด้วย

9. ระวังเท้าหน่อย

เชื่อเลยว่าคงมีคนขับรถไม่น้อย ที่มักชอบพักเท้าซ้ายไว้บนแป้นเบรก แต่คุณรู้หรือไม่ว่าเพียงแค่นั้นก็มากพอจะทำให้คุณต้องจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นแล้ว เพราะมันจะทำให้รถเกิดแรงลากดันจนต้องเผาผลาญพลังงานมากขึ้นอีก แถมยังทำให้เบรกของคุณเสียเร็วขึ้นอีกต่างหาก

เพียงแค่นี้ค่าน้ำมันรถของคุณก็จะถูกลงไปอีกเยอะแล้ว แถมยังเป็นการถนอมรถให้คงสภาพเหมือนใหม่ได้นานขึ้นอีกด้วย เพราะฉะนั้น อย่าลืมเอาเคล็ดลับประหยัดน้ำมันเหล่านี้ไปใช้กันดูนะครับ สำหรับเรื่องราวในครั้งหน้าจะเป็นเรื่องอะไรเพื่อนๆ สามารถติดตามกันได้ที่ เว็บนายธันวา กันได้เลยครับมีประโยชน์แน่นอนครับ

เบญจพล ศรีสลวย (น็อต) โทร.089-4942220

 แชทไลน์ ID Line : คลิกเลย https://goo.gl/G1VpNI

 ***พร้อมของแถมและส่วนลดอีกมากมาย***

***อย่าเพิ่งซื้อกับคนอื่นก่อนเช็คราคากับทางเรานะครับ***

 

โฉมจริงของรถ Mitsubishi Xpander : MiniMPV 7 ที่นั่ง เบนซิน 1.5 ลิตร ส่งตรงจากอินโดนีเซีย

เบญจพล ศรีสลวย (น็อต) โทร.089-4942220

 แชทไลน์ ID Line : คลิกเลย https://goo.gl/G1VpNI

 ***พร้อมของแถมและส่วนลดอีกมากมาย***

 

***อย่าเพิ่งซื้อกับคนอื่นก่อนเช็คราคากับทางเรานะครับ***

Mitsubishi Xpander ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็น MiniMPV เบาะ 3 แถว 7 ที่นั่ง ที่มีงานออกแบบผสมผสานทั้งความเป็น MPV และ SUV เข้าไว้ด้วยกัน ดังนั้นจะเห็นว่า Xpander นั้นจะดูบึกบึนมีเส้นสาย และ มัดกล้ามที่ดูแกร่งกว่าคู่แข่ง

Dimension มิติตัวรถ

  • ยาว x กว้าง x สูง : 4,475 x 1,750 x 1,700 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ Wheelbase : ยังไม่มีตัวเลขออกมา
  • ระยะต่ำสุดถึงพื้น Ground Clearance : 205 มิลลิเมตร

 

เมื่อเทียบกับคู่แข่งใน Segment เดียวกัน และ ใกล้เคียง

  • Mitsubishi Xpander : 4,475 x 1,750 x 1,700 มิลลิเมตร
  • Honda BR-V : 4,455 x 1,735 x 1,650 มิลลิเมตร
  • Honda Mobilio : 4,398 x 1,683 x 1,603 มิลลิเมตร
  • Suzuki Ertiga : 4,265 x 1,695 x 1,685 มิลลิเมตร
  • Toyota Sienta : 4,235 x 1,695 x 1,695 มิลลิเมตร

จะเห็นได้ว่า Xpander นั้น ดูจะใหญ่กว่าคู่แข่งรายอื่นๆ

ข้อมูลเบื้องต้นด้านเครื่องยนต์ Engine

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว วาล์วแปรผัน MIVEC ขนาด 1.5 ลิตร 1,499 ซีซี. กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 78.4 x 77.5 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.5 : 1 กำลังสูงสุด 104 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ/นาที จับคู่กับ เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ หรือ เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า

(เมื่อเทียบกับ 4G91 ดั้งเดิม พบว่ามีการเปลี่ยนแปลง ขับความจุเพิ่มอีก 3 ซีซี. จากเดิม 1,496 ซีซี. เป็น 1,499 ซีซี. อัตราส่วนกำลังอัดจาก 9.5 : 1 เป็น 10.5 :1 พละกำลังลดลงจาก 115 แรงม้า เหลือ 104 แรงม้า แต่แรงบิดเพิ่มขึ้นจาก 135 นิวตันเมตรที่ 5,000 รอบ/นาที เป็น 141 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที)

รายละเอียดอื่นๆของ Mitsubishi Xpander ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 10 สิงหาคม ที่อินโดนีเซีย

Exterior ภายนอก

  • ตำแหน่งบนสุดคือไฟ LED Daytime Running Light และ ไฟหรี่
  • ตำแหน่งตรงกลาง คือ ไฟหน้าปกติ แบบฮาโลเจน อยู่เหนือไฟเลี้ยว
  • ตำแหน่งล่างสุด คือ ไฟตัดหมอก
  • ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว
  • มือเปิดประตูภายนอกโครเมี่ยม
  • กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัว
  • ไฟหรี่ไฟท้ายแบบ LED Tube
  • ไฟเบรกดวงที่ 3

 

Interior ภายในห้องโดยสาร

  • ระบบกุญแจอัจฉริยะ Keyless Operation System (KOS)
  • เบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง
  • เบาะนั่งแถวที่ 2 แยกพับ 60 : 40 (ตรงกลางพับเป็นที่วางแขนได้)
  • เบาะนั่งแถวที่ 3 แยกพับ 50 : 50
  • หน้าจอเครื่องเสียงระบบสัมผัส Touchscreen
  • ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย
  • ภายในห้องโดยสาร มี 2 สีให้เลือกคือ สีเบจ และ สีดำ
  • ถาดสำหรับเก็บ-วางรองเท้า ใต้เบาะนั่งด้านหน้า
  • ช่องเก็บของใต้พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง
  • หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID แบบ สี 3 มิติ

ะบบช่วงล่าง Suspension

  • ด้านหน้า : Mcpherson Strut
  • ด้านหลัง : Torsion Beam

ส่วนประเทศไทยจะเปิดตัวในช่วงปลายปี 2017 นี้ ที่งาน Motor Expo โดยอาจจะมีให้เลือก 2-3 รุ่นย่อย อาจต้องรอข้อมูลอย่างเป็นทางการอีกครั้ง หลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่อินโดนีเซีย 10 สิงหาคมนี้ ส่วนราคาคาดว่าคงอยู่ในช่วงเดียวกับ Honda BR-V คือ 7 แสน – 8 แสนกว่าบาท

 

 

เบญจพล ศรีสลวย (น็อต) โทร.089-4942220

 แชทไลน์ ID Line : คลิกเลย https://goo.gl/G1VpNI

 ***พร้อมของแถมและส่วนลดอีกมากมาย***

 

***อย่าเพิ่งซื้อกับคนอื่นก่อนเช็คราคากับทางเรานะครับ***

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก headlightmag

 

สวยบาดใจ Mitsubishi Expander 2017 ใหม่ เผยโฉมเขย่าวงการรถ MPV ขนาดเล็กที่ไม่เล็กในอินโดนีเซีย

***อย่าเพิ่งซื้อกับคนอื่นก่อนเช็คราคากับทางเรานะครับ***

เบญจพล ศรีสลวย (น็อต) โทร.089-4942220

 แชทไลน์ ID Line : คลิกเลย https://goo.gl/G1VpNI

 ***พร้อมของแถมและส่วนลดอีกมากมาย***

 

Mitsubishi Expander 2017 ใหม่ เผยโฉมอย่างไม่เป็นทางการที่อินโดนีเซีย ก่อนเปิดตัว อินโดนีเซีย ออโต้ โชว์ 2017 Mitsubishi Expander 2017 ใหม่ พร้อมปะทะเดือดตลาดรถ Mini MPV ด้วยขนาดที่ใหญ่เกินหน้าคู่แข่งทั้งหมด มีให้เลือก 6 รุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 4.75-6.2 แสนบาท

เซอร์ไพรส์…Mitsubishi Expander 2017 ใหม่ ว่าที่รถอเนกประสงค์ขนาดเล็กแบบ MPV ผสมกับ SUV เบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง เผยโฉมแล้วที่อินโดนีเซีย ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งาน อินโดนีเซีย ออโต้ โชว์ 2017 (GAIKINDO Indonesia International Auto Show 2017 หรือ GIIAS 2017) พร้อมบุกตลาด Small MPV เพื่อปะทะกับ Honda Mobilio, Toyota Avanza และ Suzuki Ertiga เป็นต้น ด้วยขนาดที่ใหญ่กว้างขวางกว่าคู่แข่งทั้งหมด…ชักสนุกแล้วสิ

ยืนยันแน่นอนแล้วว่า Mitsubishi Expander 2017 ใหม่ (จนถึงตอนนี้ Mitsubishi ก็ยังไม่ประกาศชื่ออย่างเป็นทางการ แต่เอาเป็นว่าเราจะเรียก Mitsubishi Expander ตาม ๆ กันไปก่อน) จะมาพร้อมขนาดตัวถังที่ยาว 4,475 มม. กว้าง 1,750 มม. สูง 1,700 มม. และมีระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 205 มม. ซึ่งใหญ่กว่าคู่แข่งในระดับเดียวกันทั้งหมด ส่วนด้านหน้าแบบ DYNAMIC SHIELD มีลูกเล่นแบบเดียวกับ Nissan Juke ตามคาด คือส่วนของไฟใหญ่ที่ใช้ส่องสว่างดวงหลักจะอยู่ที่กันชน ส่วนตำแหน่งที่ดูเหมือนเป็นไฟหน้าแคบ ๆ จะเป็นแบบ LED ทำหน้าที่คล้ายไฟหรี่ไม่ก็อาจเป็นไฟ Daytime Running Light ส่วนรูปทรงโดยรวมก็จะเป็นการผสมผสานระหว่างสไตล์รถ MPV และ SUV เข้าด้วยกันตามแนวทางของ Mitsubishi ที่จะเอาดีทางด้านนี้อยู่แล้ว

ส่วนภายในของ Mitsubishi Expander 2017 ใหม่ ไม่มีอะไรเหนือความคาดหมาย คือดีไซน์หลักจะยังคล้ายกับ Mitsubishi XM Concept ที่ถูกโทนดาวน์ลงมา แผงหน้าปัดออกแบบให้อยู่ในระดับต่ำโดยเน้นเส้นแนวนอนเป็นหลักเพื่อให้เห็นทัศนวิสัยด้านหน้ารถที่ชัดเจนสำหรับเส้นทางที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก (เอาใจตลาดอินโดนีเซียมาก ณ จุดนี้) และตกแต่งด้วยลายไม้สีอ่อนเพิ่มความหรูหราและสบายตาให้กับห้องโดยสาร ส่วนเบาะนั่งแน่นอนว่าต้องเป็นแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ตามประเภทรถและความต้องการของตลาดหลักอย่างอินโดนีเซียที่ยังนิยมรถ MPV ซึ่งอเนกประสงค์และสามารถพับเบาะเพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระได้หลายรูปแบบ แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ Mitsubishi Expander 2017 จะมีพื้นที่ภายในกว้างขวางพอสำหรับทุกที่นั่งไม่กลายเป็นชุมชนแออัดเกินไปเมื่อนั่งกันครบ 7 ตำแหน่ง

นอกจากนี้ในเรื่องของอุปกรณ์ Mitsubishi Expander 2017 ใหม่ ยังมาพร้อมฟีเจอร์ที่เรียกว่า Keyless Operation System หรือ KOS ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเปิดประตูและสตาร์ทรถได้โดยไม่ต้องควักกุญแจออกมากดรีโมทหรือบิดสตาร์ท รวมถึงยังสามารถสั่งเปิดไฟหน้ารถได้ด้วยการกดปุ่มจากกุญแจรีโมทในกรณีที่จอดรถอยู่ในลานจอดรถและหารถไม่เจอ (แต่ถ้ากดคนละชั้นกับที่รถจอด กดจนนิ้วหักยังไงก็คงไม่เจอแน่ล่ะ) นอกจากนี้หากเป็นเวลากลางคืนเมื่อจอดและเดินลงจากรถ ไฟหน้าของ Mitsubishi Expander 2017 จะไม่ดับลงทันทีเพื่อส่องสว่างต่อไปได้อีก 30 วินาที

ทางด้านขุมพลังของ Mitsubishi Expander 2017 ใหม่ ในเบื้องต้นนั้นระบุว่าจะใช้เครื่องยนต์เบนซิน ขนาดความจุ 1.5 ลิตร MIVEC จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ในอินโดนีเซีย ซึ่งน่าจะให้กำลังเพียงพอสำหรับขับดุ่ย ๆ พาครอบครัวไปเที่ยวได้แบบไม่ช้าไม่เร็วจนเกินไปนัก (มันไม่ใช่รถสปอร์ตก็ต้องทำใจหน่อย) รวมไปถึงจะมีอัตราสิ้นเปลืองที่ต่ำแต่ต่ำเท่าไรนั้น Mitsubishi ยังไม่ได้เปิดเผยในตอนนี้ โดย Mitsubishi Expander 2017 ใหม่ ในอินโดนีเซีย ทางเว็บไซต์ Autocar Indonesia ระบุว่าจะมีให้เลือกมากถึง 6 รุ่นย่อย (ที่นั่นรถแบบนี้เขาฮิตเลยไม่น่าแปลกใจ แต่ถ้ามาไทยคงไม่เยอะขนาดนี้) ส่วนราคาจะเริ่มต้นที่ประมาณ 475,000-620,000 บาท (ราคาในอินโดนีเซียเทียบเป็นเงินไทย)

สำหรับ Mitsubishi Expander 2017 ใหม่ มาไทยหรือไม่นั้นยังไม่มีอะไรยืนยันอย่างเป็นทางการได้ แต่สื่อต่างประเทศเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า Mitsubishi มีแผนที่จะทำตลาดในไทยด้วยและถ้าราคาไม่สูงจนเกินไปนักคงมีอะไรสนุก ๆ ให้ดูอยู่ไม่น้อย

สนใจติดต่อได้เลยครับ

เบญจพล ศรีสลวย (น็อต) โทร.089-4942220

 แชทไลน์ ID Line : คลิกเลย https://goo.gl/G1VpNI

 ***พร้อมของแถมและส่วนลดอีกมากมาย***

บริษัท สิทธิผลเซลส์ จำกัด (สาขาหัวหมาก)

156 รามคำแหง ถนน รามคำแหง เขต บางกะปิ กรุงเทพมหานค

โทรศัพท์ 02-7185312-5 โทรสาร 02-3183060

***อย่าเพิ่งซื้อกับคนอื่นก่อนเช็คราคากับทางเรานะครับ***

 

** เงินจอง 5,000 บาท สามารถโอนเงินจอง บัญชี บริษัทสิทธิผลเซลส์ จำกัด (สาขาหัวหมาก) และแฟกซ์มาที่หมายเลข 02-3183060 พร้อมสำเนาบัตรประชาชน **

BBLธนาคารกรุงเทพ สาขาหัวหมาก ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 1804232559

นายเบญจพล ศรีสลวย (น๊อด)
Tel. 089-4942220
E – Mail: nat29_6@hotmail.com
บริษัทสิทธิผลเซลส์ จำกัด (สาขาหัวหมาก)
156 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 02-7185312-5 โทรสาร 02-3183060

 

ภาพจาก Autocar Indonesia และ Autonetmagz.com

ข้อมูลจาก Kapook.com

บันทึก

รู้มั้ย น้ำท่วมระดับไหน ปลอดภัยสำรหับรถคุณ ควรและไม่ควรขับรถลุย

หน้าฝนแบบนี้ การมีรถขับฝ่าฝนอาจจะไม่ได้มีแค่ข้อดีเสมอไป ผู้ใช้รถใช้ถนนคงจะประสบกับปัญหาขับรถลุยน้ำท่วมกันไม่มากก็น้อย แต่การลุยน้ำท่วมระดับไหน ถึงจะปลอดภัย และไม่ปลอดภัยกับรถยนต์ วันนี้เรามีข้อมูลดี ๆ มาฝาก สำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่ที่ต้องผ่านน้ำท่วมขังในหน้าฝนตลอดเวลา หรือต้องผ่านเส้นทางน้ำท่วม ส่วนใครที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ก็ศึกษาไว้ได้เพื่อความปลอดภัยกันครับ

1. ระดับน้ำ 5-10 เซนติเมตร ระดับนี้ยังถือว่าจิ๊บๆ เล็กน้อยสามารถขับรถฝ่าไปได้อย่างสบายๆ ไม่ส่งผลเสียต่อการเดินทาง แต่อาจส่งผลแค่อาจทำความเสียหายให้กับรถบ้างจากสายน้ำที่อาจทำให้รอาจเกิดสนิมจากความชื้นของน้ำหากปล่อยไว้ไม่ดูแลทำความสะอาดดูแล ความสูงระดับนี้ทั้งรถยนต์นั่งและระกระบะสามารถผ่านไปได้ง่ายๆ

2. ระดับน้ำ 10 – 20 เซนติเมตร ระดับน้ำปริมาณนี้ถือว่าน้ำเริ่มท่วมขังแล้วแต่ก็ยังไม่ถือว่าเป็นปัญหาในการขับขี่ รถยนต์สามารถขับฝ่าไปได้ตามปกติ แต่ไม่ควรใช้ความเร็วมากความสูงของน้ำระดับนี้คุณจะได้ยินเสียงน้ำกระเพื่อมใต้ท้องรถ

 

3. ระดับน้ำ 20 -40 เซนติเมตร ปริมาณน้ำระดับนี้เริ่มเป็นปัญหากับการขับรถเพราะความสูงของ ขอบประตูรถในปัจจุบันมีความสูงจากพื้นประมาณ 150-170 ม.ม. ระดับความสูงของน้ำที่เกินครึ่งล้อแบบนี้อาจส่งผลให้ท่อไอเสียจม และน้ำอาจเริ่มซึมเข้ามาในรถสร้างความเสียหายแก่พรม ความสูงของน้ำระดับนี้เป็นปัญหาสำหรับรถยนต์แน่นอนแต่ยังไใ่เป็นปัญหาต่อรถกระบะ

4.ระดับน้ำ 40 -60 เซนติเมตร ความสูงของน้ำระดับนี้ถือว่าเป็นอันตรายต่อรถยนต์ทุกประเภท หากเจอความลึกของน้ำในระดับนี้ไม่ควรที่จะเสี่ยงขับรถฝ่าไป ยิ่งหากเป็นการขับสวนกับรถในเลนตรงข้ามจะเกิดคลื่นน้ำที่จะทำให้น้เกิดความสูงกว่าปกติทำให้เข้าเครื่องได้ เมื่อเจอน้ำในระดับนี้ควรปิดเครื่องปรับอากาศทันที

5.ระดับน้ำ 60-80 เซนติเมตร ความสูงของน้ำในระดับครึ่งประตูรถยนต์แบบนี้ถือว่าเป็นอันตรายในการขับขี่ น้ำมีสิทธิ์ที่จะไหลเข้ากรองอากาศได้ง่าย แถมหากเจอคลื่นระดับน้ำอาจสูงขึ้นมาถึง 1 เมตรได้ แน่นอนว่าความสูงของน้ำในปริมาณนี้นอกจากจะให้ความเสียหายให้แก่เครื่องยนต์แล้ว ยังนำความเสียหายต่อห้องโดยสารภายในด้วยเช่นกัน ปิดเครื่องปรับอากาศทันทีและควรขับด้วยความระมัดระวังที่สุด

6 ระดับน้ำสูงเกินกว่า 80 เซนติเมตร นับเป็นปริมาณน้ำที่มีระดับสูงเกินกว่าที่รถจะขับไปได้ น้ำจะท่วมปิดไฟท้ายเเละท่วมฝากระโปรงท้ายระบบวงจรไฟฟ้าในรถจะเสียหายหากขับต่อไปแน่นอนว่าเครื่องยนต์และภายในห้องโดยสาระต้องได้รับความเสียหายอย่างหนัก

หากไม่ทราบว่าขณะที่คุณกำลังขับรถปริมาณน้ำด้านนอกสูงในระดับไหนให้ลองสังเกตสิ่งแวดล้อมที่อยู่ใกล้ตัวในด้านนอกเช่น เสาไฟฟ้า, ต้นไม้, ถังขยะว่าน้ำได้ท่วมสิ่งเหล่านี้ถึงปริมาณเท่าไหร่ บางสถานการณ์ผู้ขับอาจจะลองขับผ่านน้ำท่วมโดยไม่คิดอะไร แต่ทางที่ดีควรเลี่ยงการขับรถผ่านน้ำท่วมขังลึกทุกระดับไว้ดีกว่าค่ะ อย่าเสี่ยงกับอันตรายที่จะเกิดขึ้นต่อชีวิต และทรัพย์สินเลยนะคะ และหน้าฝนแบบนี้ ขอให้ทุกคนขับรถอย่างระมัดระวังให้มากขึ้นเพื่อความปลอดภัยกันนะครับ

 

 

ที่มา เว็บนายธันวา

 

บันทึก

Mitsubishi Pajero Sport GLS-Ltd. 2WD / GT 2WD รุ่นปรับอุปกรณ์ MY2017 เพิ่ม Option เกือบ 30 รายการ

Mitsubishi Pajero Sport MY2017 GLS-Ltd / GT 2WD Mitsubishi ประเทศไทย ได้ปรับอุปกรณ์ให้กับ Pajero Sport MY2017 ไปแล้ว ในรุ่นท๊อป GT-Premium 4WD เปิดตัวไปเมื่องาน Motor Expo 2016 ที่ผ่านมาคราวนี้ถึงคิวของรุ่น GLS-Ltd. 2WD และ GT 2WD บ้าง เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Motorshow 2017 : 29 มีนาคม – 9 เมษายน @ Challenger Hall 1-3 เมืองทองธานี

สนใจติดต่อได้เลยครับ

เบญจพล ศรีสลวย (น็อต) โทร.089-4942220

 แชทไลน์ ID Line : คลิกเลย https://goo.gl/G1VpNI

 ***พร้อมของแถมและส่วนลดอีกมากมาย***

บริษัท สิทธิผลเซลส์ จำกัด (สาขาหัวหมาก)

156 รามคำแหง ถนน รามคำแหง เขต บางกะปิ กรุงเทพมหานค

โทรศัพท์ 02-7185312-5 โทรสาร 02-3183060

***อย่าเพิ่งซื้อกับคนอื่นก่อนเช็คราคากับทางเรานะครับ***

2.4 MIVEC GLS-Ltd 8AT 2WD

รายละเอียด Option ที่เพิ่มเข้ามาในรุ่น GLS-Ltd MY2017

– ไฟหน้า Projector Lens Bi-LED
– ระบบปรับไฟหน้า สูง-ต่ำ อัตโนมัติ
– ไฟ Daytime Running Light Spectrum LED
– ไฟท้าย LED ไฟหรี่ Spectrum LED
– ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
– ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor
– ราวหลังคาสีเงิน
– ชุดการ์ดกันชนหน้าสีเงิน Front Guard
– สปอยเลอร์หลัง Rear Spoiler
– ระบบฉีดน้ำล้างไฟหน้า Headlamps Washer
– สัญญาณเตือน ระดับน้ำฉีดล้างไฟหน้า
– ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว สีทูโทน
– ระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
– จอ MID บนมาตรวัดรองรับการแสดงผลเป็นภาษาไทย
– ปุ่มเซ็นทรัลล็อค บริเวณแผงควบคุมฝั่งคนขับ
– ช่องชาร์จไฟ 12V 1 ตำแหน่ง
– ที่วางแขนตรงกลางเบาะแถว 2 ดีไซน์ที่วางแก้วน้ำใหม่
– เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง
– เบาะนั่งคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง
– ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift
– ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา Dual Zone
– เครื่องเสียง หน้าจอระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 6.1 นิ้ว
– เครื่องเล่น DVD / ช่องเชื่อมต่อ HDMI
– ลำโพง 6 ตำแหน่ง
– กล้องมองภาพรอบคัน Multi Around View Monitor
– หมอนรองศีรษะ ตรงกลางเบาะแถวที่ 2

2.4 MIVEC GT 8AT 2WD

รายละเอียด Option ที่เพิ่มเข้ามาในรุ่น GT MY2017

– ชุดการ์ดกันชนหน้าสีเงิน Front Guard
– สปอยเลอร์หลัง Rear Spoiler
– ระบบฉีดน้ำล้างไฟหน้า Headlamps Washer
– สัญญาณเตือน ระดับน้ำฉีดล้างไฟหน้า
– ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว สีทูโทน
– ระบบล็อกความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control – ACC)
– จอ MID บนมาตรวัดรองรับการแสดงผลเป็นภาษาไทย
– ปุ่มเซ็นทรัลล็อค บริเวณแผงควบคุมฝั่งคนขับ
– ช่องชาร์จไฟ 12V 1 ตำแหน่ง
– ที่วางแขนตรงกลางเบาะแถว 2 ดีไซน์ที่วางแก้วน้ำใหม่
– กล้องมองภาพรอบคัน Multi Around View Monitor
– หมอนรองศีรษะ ตรงกลางเบาะแถวที่ 2
– ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรง UMS
– ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา BSM
– เซนเซอร์กะระยะการจอด ด้านหน้า
– กระจกมองหลัง แบบปรับลดแสงอัตโนมัติ

ราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นของทั้ง 2 รุ่นย่อย GLS-Ltd. / GT น่าจะอยู่ในระดับ
เพิ่มขึ้น 100,000 บาท+ ขึ้นไป

ราคา Mitsubishi Pajero Sport รุ่นปัจจุบัน

MY2016
2.4 GLS-Ltd. 8AT 2WD  1,164,000 บาท
2.4 GT 8AT 2WD  1,284,000 บาท

MY2017
2.4 GT-Premium 8AT 4WD  1,529,000 บาท

Engine เครื่องยนต์

เครื่องยนต์ดีเซล รหัส 4N15 4 สูบ แถวเรียง ขนาด 2.4 ลิตร 2,442 ซีซี.
เทอร์โบแปรผัน VG-Turbo – Intercooler พร้อมระบบแปรผันวาล์ว MIVEC
กระบอกสูบ x ช่วงชัก 86.0 x 105.1 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 15.5 : 1
กำลังสูงสุด 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร
ที่ 2,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ

ราคาอย่างเป็นทางการ รวมถึงรายละเอียดทั้งหมดของ Pajero Sport MY2017
รุ่น GLS-Ltd / GT 2WD ติดตามได้ในช่วง Motorshow 2017 :
29 มีนาคม – 9 เมษายน @ Challenger Hall 1-3 เมืองทองธานี

สนใจติดต่อได้เลยครับ

เบญจพล ศรีสลวย (น็อต) โทร.089-4942220

 แชทไลน์ ID Line : คลิกเลย https://goo.gl/G1VpNI

 ***พร้อมของแถมและส่วนลดอีกมากมาย***

บริษัท สิทธิผลเซลส์ จำกัด (สาขาหัวหมาก)

156 รามคำแหง ถนน รามคำแหง เขต บางกะปิ กรุงเทพมหานค

โทรศัพท์ 02-7185312-5 โทรสาร 02-3183060

***อย่าเพิ่งซื้อกับคนอื่นก่อนเช็คราคากับทางเรานะครับ***

ขอขอบคุณข้อมุลจาก  headlightmag

Mitsubishi Motor – ผันตัวเองครั้งสำคัญ …ข้าคือเจ้าตลาดอเนกประสงค์!!!

ถามถึงแบรนด์รถยนต์ที่ครบครันด้วยสมรรถนะการขับขี่ และความทนทานในการใช้งาน ชื่อเสียงอันยาวนานของ   Mitsubishi Motor Cooperation  ถือเป็นแบรนด์รถยนต์ที่ทุกคนให้การยอมรับและไว้วางใจ ด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมมายาวนาน ทำให้มีสาวกมากมายเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวตลอดเวลา

All-new-Mitsubishi-Pajero-Sport-03

จิตวิญญาณที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความทนทานในการใช้งาน ถูกทำให้น่าตื่นเต้นการเข้าร่วมกีฬายานยนต์ทำให้ Mitsubishi มีชื่อเสียงมายาวนาน ทั้งรถเก๋ง รถกระบะ ไปจนถึงรถยนต์ประเภทรถอเนกประสงค์ แต่ในสถานการณ์โลกยุคใหม่ของตลาดที่กำลังแปรผัน สู่ยุคที่รถยนต์ต้องมีฟังชั่นที่หลากหลายในการใช้งาน ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปตามความต้องการ ค่ายรถยนต์รายนี้ก็กำลังเปลี่ยนตัวเองสู่โลกยุคใหม่ที่เราอาจจะเห็นภาพชัดขึ้นในอีกไม่นานนี้

จากแผนธุรกิจในการผันตัวเองเป็นเจ้าตลาดรถยนต์นั่งพลังฟ้า  Mitsubishi Motor  กำลังเปลี่ยนผ่านสู่อีกแนวทางสำคัญของการดำเสนอธุรกิจ เมื่อพวกเขาจำเป็นต้องดำรงอยู่ในตลาดด้วยรถยนต์อเนกประสงค์… ภายใต้แผนงานที่เดินทางอย่างเงียบๆในตลาดโลก แต่ก็เริ่มชัดเจนมากขึ้น ในช่วงปีที่ผ่านมา

ตั้งแต่การยืนยันว่า  Mitsubishi  Evolution  รุ่นใหม่จะไม่เกิดขึ้นมาในร่างของรถยนต์นั่งซีดานตั้งแต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ก็เป็นสัญญาณที่เริ่มส่อเค้าแล้วว่า ค่ายทรีไดมอนด์กำลังปรับกระบวนท่าแผนงานการวางผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัททั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อรถยนต์นั่งคอมแพ็คคาร์ที่ได้รับความนิยมอย่าง Mitsubishi  Lancer   ถูกละเลย หลังจากโดย Renault   ทิ้งกลางอากาศ ก็ทำให้สถานการณ์รถนั่งของ Mitsubishi   ส่อแววไม่ดีมาโดยตลอด และยังไม่มีทีท่าว่า   Mitsubishi  จะดำเนินตลาดรถนั่ง ไม่ว่า จะ  Mitsubishi  Lancer  หรือ  Mitsubishi  Galant   ซึ่งทั่วโลก ยังเห็นดีเห็นงามในรถยนต์จาก  Mitsubishi  อยู่ไม่น้อย

All-new-Mitsubishi-Pajero-Sport-01

แต่ในขณะที่รถยนต์นั่งมีการยืนยันว่า   Mitsubishi  ยังไม่ยอมลงมือพัฒนารุ่นใหม่ด้วยตัวเอง เนื่องจากรอคู่ขาทางธุรกิจมาช่วยในการพัฒนารถยนต์ของพวกเขา หลังจากที่เคยประสบความสำเร็จในการพัฒนากับ Nissan  มาแล้ว ทำให้แสงสว่างปลายอุโมงค์รถนั่งของค่ายนี้ดูจะริบหรี่ลงไป

การเปิดตัวรุ่นปรับโฉม   Mitsubishi  Outlander   ใหม่ ตลอดจนการแนะนำ Mitsubishi Pajero Sport   ในไทย และยันไปถึงการปรับโฉมของว่าที่รถยนต์นั่ง Mitsubishi ASX   เริ่มยืนยันถึงสัญญาณที่ชัดแจ้งในการผันตัวเองไปสู่ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์อย่างลับ ที่ไม่ได้ป่าวประกาศออกมาก่อนหน้าในแง่ของเชิงการตลาด

แต่ในแง่เชิงธุรกิจ หากมองย้อนไปถึงแผนธุรกิจระยะกลาง   New stage  ทีใช้มาตั้งแต่เมื่อปี 2014  ไปจนถึงปี 2016 ก็ค่อนช้างชัดเจนว่า พวกเขามีแผนสำคัญในการเปลี่ยนตัวเองเป็นเจ้าตลาดอเนกประสงค์ในโลกอนาคต รวมถึงรถยนต์อเนกประสงค์ของพวกเขายังให้ความทันสมัย จากเทคโนโลยีไฮบริด และระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า

All-new-Mitsubishi-Pajero-Sport-02

All-new-Mitsubishi-Pajero-Sport-03

จากข้อมูลที่เผยออกมาเมื่อปี 2014 ค่อนข้างชัดเจนถึงแนวโน้มในการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ซึ่งกว่า 6 รุ่นที่ทาง  Mitsubishi  Motor  วางแผนเอาไว้ที่จะแนะนำหลังจากปี 2015 เป็นต้นไปทั้งหมด ล้วนเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ทั้ง ทั้งรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่ ไร้เงาของรถยนต์นั่งที่ควรจะมาตอบโจทย์สาวกเหมือนที่เคยเป็นมา

แต่แม้ว่า   Mitsubishi  Motor  จะวางแผนสำคัญในการทำตลาดรถยนต์นั่งอเนกประสงค์เป็นหัวใจสำคัญของค่าย แต่พวกเขาก็ยังให้ความสำคัญในรายละเอียดในสมรรถนะการขับขี่ เช่นเครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็กลงตอบสนองการขับขี่ได้ดีขึ้น รวมถึงระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่สามารถผจญภัยได้ทุกสถานการณ์การขับขี่  และท้ายสุดจะให้ความสำคัญกับระบบช่วยเหลือในการขับขี่ ผ่านระบบควบคุมและสั่งการด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเราก็ได้เห็นไปแล้วในรถยนต์ Mitsubishi Pajero Sport  2015

หนทางกลุ่มรถยนต์นั่งจากค่าย Mitsubishi Motor   อาจจะดูมืดแปดด้าน ยิ่งในวันนี้พวกเขายังคงเสาะหาเนื้อคู่ที่ใช้ต่อไป มาร่วมสานฝันรถนั่งให้กลายเป็นจริงแต่อย่างน้อยที่สุด ค่ายนี้ก็ยังไม่ทิ้งตัวตนเดิมในเรื่องสมรรถนะการขับขี่และการใช้งานในรถยนต์ แถมยังทนทาน และยังทันสมัยมากขึ้นด้วย ระบบความปลอดภัย ..ซึ่งสามารถตอบการใช้งานได้อย่างลงตัว

 

สนใจออกรถมิตซูบิชิ ยินดีให้บริการครับ

สนใจติดต่อได้เลยครับ

เบญจพล ศรีสลวย (น็อต) โทร.089-4942220

ยินดีให้บริการครับ

** เงินจอง 5,000 บาท สามารถโอนเงินจอง บัญชี บริษัทสิทธิผลเซลส์ จำกัด (สาขาหัวหมาก) และแฟกซ์มาที่หมายเลข 02-3183060 พร้อมสำเนาบัตรประชาชน **

BBLธนาคารกรุงเทพ สาขาหัวหมาก ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 1804232559

นายเบญจพล ศรีสลวย (น๊อด)
Tel. 089-4942220
E – Mail: nat29_6@hotmail.com
บริษัทสิทธิผลเซลส์ จำกัด (สาขาหัวหมาก)
156 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 02-7185312-5 โทรสาร 02-3183060
ที่มา AUTODEFT

 

คุณรู้มั้ยว่า! ออกรถด้วยเกียร์ 2 มีผลเสียกับรถยังไง?

ออกรรถด้วยเกียร์ 2 มีผลเสียกับรถยังไง
สาระดีๆ วันนี้จะมาพูดถึง ออกรรถด้วยเกียร์ 2 มีผลเสียกับรถยังไง ในกรณีนี้ส่วนใหญ่จะใช้กับรถกระบะที่เป็นเกียร์ธรรมดา หรือรถเก่งที่เป็นเกียร์ธรรมดา หลายคนก็คงสงสัยว่าทำไมบางคนถึงออกรถด้วยเกียร์ 2 ตลอด แล้วการออกรถด้วยเกียร์ 2 มีผลกระทบอย่างไรบ้าง? ถ้าหากเป็นพวกกระบะ การออกตัวด้วยเกียร์ 2 เวลาที่ไม่ได้บรรทุกอะไรหนักๆก็พอรับกันได้อยู่ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่สมควรกระทำอยู่ดี ยิ่งถ้าเป็นรถเก๋งด้วยยิ่งมีข้อเสียหลายๆ อย่างเลย

ออกรรถด้วยเกียร์ 2 มีผลเสียกับรถยังไง-1
อันดับแรกเลยคือ การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นกว่าเก่าแน่นอน เพราะอัตราการทดเกียร์ 1 จะช่วยทดกำลังของเครื่องยนต์ให้มีแรงเพิ่มขึ้น และใช้รอบเครื่องต่ำเวลาที่จะขับเคลื่อนตัวรถ เมื่อเปลี่ยนมาเป็นการออกตัวด้วยเกียร์ 2 ที่มีอัตราการทดเกียร์น้อยกว่าเกียร์ 1 เรี่ยวแรงและการกำลังจะถดถอยลง ต้องกดคันเร่งลึกและนานกว่าเดิม ซึ่งแน่นอนระบบการจ่ายน้ำมันจะทำงานมากขึ้น อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงก็เพิ่มขึ้น แม้บางทีคนขับจะดูเหมือนไม่ค่อยรู้สึกอะไรก็ตาม

ออกรรถด้วยเกียร์ 2 มีผลเสียกับรถยังไง-2
ต่อไปคือ การสึกหรอสูง ยิ่งถ้าเป็นรถเก๋งด้วยแล้ว จะมีผลกระทบต่อตัวรถแน่นอน ส่วนจะมากหรือจะน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความจุของเครื่องยนต์ ตลอดจนอัตราการทดของเกียร์ หากเป็นเครื่องยนต์เล็กไม่ค่อยมีกำลังอาจจะเกิดอาการเครื่องยนต์น็อค เพราะต้องใช้กำลังเครื่องยนต์มากกว่าปกติ สามารถทำให้เครื่องยนต์ชำรุดเสียหายได้เลย โดยที่บางทีเราไม่รู้เลยว่าเครื่องยนต์เราค่อยๆสึกหรอลงไปเรื่อยๆ
ออกรรถด้วยเกียร์ 2 มีผลเสียกับรถยังไง-3
ส่วนชุดคลัทช์จะทำงานหนักขึ้น หน้าสัมผัสของคลัทช์อาจจะเกิดการเสียดสีสูง เพราะกำลังเครื่องยนต์ไม่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนรถในรอบต่ำ ให้นึกถึงเวลาที่เราขับรถขึ้นเขาหรือรถติดหล่มจะคล้ายๆกัน ผ้าคลัทช์ก็จะหมดเร็ว พลอยลามไปถึงหวีดลัทช์อีกด้วย

สุดท้าย เมื่อกำลังเครื่องยนต์ไม่พอก็จะเกิดอาการเขย่า เครื่องยนต์สั่น ชุดเพลาขับ ยางแท่นเครื่อง ตลอดจนชุดพวงมาลัยจะรับภาระมากขึ้น อายุการใช้งานก็จะสั้นลงอย่างแน่นอน

เมื่อรู้อย่างนี้แล้วควรออกรถด้วยเกียร์ 1 ก่อน พอรถขยับออกไปแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นเกียร์ 2 ก็ได้ครับ ข้อเสียมีมากมาย รู้แบบนี้แล้วถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยงการออกรถด้วยเกียร์ 2 นะครับ สำหรับเรื่องราวความรู้เรื่องราวในครั้งหน้าจะเป็นเรื่องอะไรเพื่อนๆ สามารถติดตามกันได้ที่ เว็บนายธันวา กันได้เลยครับมีประโยชน์แน่นอนครับ

ที่มา NineThanwa

ไม่อยากสูดแต่เชื้อโรคอ่านด่วน! แอร์รถยนต์…ดูแลอย่างไรให้ ‘อึด-ทน’

 
ระบบปรับอากาศ (แอร์รถยนต์) ถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในบ้านเราที่เดี๋ยวนี้ มีแต่ฤดูร้อนนิดหน่อย-ร้อนลิ้นห้อย-ร้อนตับแลบ นอกจากนั้นยังมีผลต่อระบบหายใจของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เนื่องจากต้องสูดดมอากาศที่ไหลเวียนผ่านระบบแอร์รถยนต์อยู่ตลอดเวลาเมื่ออยู่ในรถ โดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าอาจจะเต็มไปด้วย เชื้อโรคก็เป็นได้ วันนี้ รู้ก่อนเหยียบจึงขอนำเสนอวิธีการใช้งานระบบแอร์รถยนต์อย่างถูกต้องปลอดภัยทั้งตัวคุณ รวมทั้งยังยืดอายุระบบแอร์ให้ทนทานอยู่คู่รถไปอีกนานแสนนานมาฝาก
ก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ทุกครั้ง ควรปิดสวิตช์ควบคุมคอมเพรสเซอร์ ( A/C) เพื่อไม่ให้คอมเพรสเซอร์ เป็นตัวฉุดกำลังขณะสตาร์ท เมื่อสตาร์ทและวอร์มอัพจนเครื่องยนต์อยู่ในอุณภูมิพร้อมใช้ ควรเปิดแอร์โดยใช้ความเร็วพัดลมสูงก่อน เพื่อเป็นการไล่ความร้อนในระบบแอร์ จากนั้นเปิดสวิช์ A/C และปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ หากรู้สึกว่าเย็นเกินไป ให้ปรับอุณหภูมิสูงขึ้น แทนการใช้วิธีหันช่องแอร์หนีเพราะจะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักโดยไม่จำเป็น
ก่อนถึงจุดหมายปลายทางประมาณ 510นาที ให้ปิดสวิตซ์A/C และเปิดพัดลมไปที่ความเร็วสูงสุด ทั้งนี้เพื่อลดการทำงานคอมเพรสเซอร์และไล่ความชื้นออกจากคอล์ยเย็นไม่ให้สะสมจนเกิดเชื้อแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุของกลิ่นอับ จากนั้นจึงปิดพัดลมแล้วดับรถยนต์

 

เทคนิคควรรู้
 
ไม่ควรนำน้ำหอมชนิดที่เป็นแบบมีแอลกอฮอลเป็นส่วนประกอบ ไปเสียบไว้หน้าช่องแอร์ เพราะจะทำให้ตู้แอร์ผุกร่อนเร็วขึ้น
เมื่อนำรถจอดตากแดดเป็นเวลานานๆ ก่อนใช้รถควรเปิดลมเปล่าให้แรงสุด(ปิดสวิตซ์ A/C) เพื่อไล่ความร้อนที่มีอยู่ในระบบแอร์ออกเสียก่อน แล้วจึงค่อยเปิดน้ำยาแอร์ (เปิดสวิตซ์ A/C)
ก่อนจอดรถทิ้งไว้นานๆ เช่น จอดข้ามคืน ควรเปิดลมเปล่าให้แรงสุด(ปิดสวิตซ์ A/C) ประมาณ 5 นาที เพื่อไล่ความชื้น ไล่น้ำ ที่ค้างอยู่ในตู้แอร์ออกก่อน เพราะตู้แอร์ทำจากอลูมิเนียม จะเกิดการผุกร่อนได้ง่าย และจะทำให้ตู้แอร์ลดการเหม็นอับอีกด้วย
จงจำไว้เสมอว่า ระบบแอร์ เป็น ระบบปิดดังนั้นเมื่อรถคุณเติมน้ำยาแอร์บ่อยๆ แสดงว่าเกิดการรั่วของระบบแอร์ในรถของคุณแล้ว
ไม่ควรเปิดกระจกขับรถบ่อย เพราะจะทำให้ฝุ่นละอองจากภายนอก เข้ามาอุดตันในตู้แอร์ได้เร็วยิ่งขึ้น
เมื่อแอร์ไม่เย็นให้รีบปิด น้ำยาแอร์หรือ สวิตซ์ A/C ทันที เพื่อเป็นการป้องกัน คอมเพรสเซอร์เสียหาย แล้วรีบนำรถไปตรวจเช็ค โดยยังสามารถใช้ลมเปล่าได้
ควรล้างตู้แอร์ ทุกๆ 2 ปี แต่ถ้าชอบเปิดกระจกขับรถบ่อย ๆ ให้ล้างทุก ๆ ปี หรือตามเห็นสมควร อย่างไรก็ตามสำหรับรถรุ่นใหม่ ๆ ที่มีกรองแอร์ และเจ้าของดูแลทำความสะอาด-เปลี่ยนอยู่สม่ำเสมอ สามารถยืดอายุออกไปได้อีก
เมื่อมีเหตุจำเป็นที่ต้องเปิดกระจกขับรถ ควรปิดช่องแอร์บริเวณคอลโซลหรือจุดที่แอร์ออกให้หมดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ฝุ่นเข้าไปในระบบแอร์น้อยที่สุด
เพียงแค่ดูแลรักษาระบบแอร์รถยนต์ให้ถูกวิธี สามารถช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยืนยาวขึ้น แถมช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้อีกด้วย

 

คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ โดย “ช่างเอก…”
ที่มา : เดลินิวส์ 

ไอเดียดีดีกับ 14 เคล็ดลับสำหรับ “คนใช้รถ” สุดเจ๋งที่คุณไม่ลองไม่ได้แล้ว!!

สวัสดีครับวันทางเว็บไซต์ของ not-mitsubishi.com จะมาแนะนำมาแล้วกับ 14 เคล็ดลับสำหรับ “คนใช้รถ” สุดเจ๋งที่คุณไม่ลองไม่ได้แล้ว!! สำหรับคนที่มีรถ หรือ “คนใช้รถ” ทุกคนนั้น คุณขับมันทุกวัน ไปกับมันทุกที่ มันคงดีไม่น้อย ที่จะมีเคล็ดลับเจ๋งๆ มาบอกคุณเพื่อให้ประสบการณ์ในการใช้รถของคุณสุดยอดกว่าเดิม เรามาดูกันเลยว่า 14 ข้อนี้มีอะไรบ้าง!

1. ใช้ “ยาสีฟัน” ทำความสะอาดไฟหน้าของคุณ


รถ
Photo: Sarah Lipoff

ใช้รถไปนานๆ แน่นอนว่าไฟหน้าของคุณอาจจะขุ่นมัวได้ เพียงแค่ใช้ของใช้ในบ้านคุณ อย่างยาสีฟัน นำมาบีบลงในเศษผ้า แล้วขัด แค่นี้ก็เงาวับเหมือนใหม่แล้วล่ะ

2. ให้รถเย็นลงจากการตากแดดร้อนๆ โดยไม่ต้องเปิดแอร์

door
Photo: Shutterstock

จอดรถตากแดดนานๆ โดยที่ไม่มีร่มบัง อาจทำให้เวลาเข้ามานั่งแล้วร้อนมากๆ ราวกับเตาอบได้ และวิธีที่เราทำกันก็คือเร่งแอร์แรงๆ แต่จริงๆ วิธีแก้ง่ายนิดเดียวคือ การเปิดหน้าต่างหนึ่งบาน และเปิดปิดประตูบานตรงข้ามหน้าต่างบานนั้น 5-6 ครั้ง จะสามารถไล่ความร้อนออกไปได้ง่ายๆ เลยล่ะ!

3. ใช้หนังยางมารัดมือถือคุณให้ตั้งได้แบบนี้

64b99109460a27c1_GbMUrGo.xxxlarge
Source: Reddit user juririm via Imgur

อยากตั้งไว้เวลาใช้แผนที่ สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่สอดยางไว้กับช่องแอร์และรัดมือถือคุณไว้แบบนี้

 

4.วางรีโมทไว้ที่คาง เพื่อเพิ่มสัญญาณของรีโมทไปยังรถ เวลาหารถไม่เจอ

keychin
Photo: subaruofkeene

อาจดูซับซ้อนนิด แต่มีประโยชน์มากๆ เวลาคุณหารถไม่เจอว่าจอดตรงไหน กดรีโมท ก็ไม่ดังเพราะรถอยู่ห่างเกินไป ลองเอารีโมทไว้ที่ระดับคาง เพราะของเหลวในศีรษะของเราจะทำให้รีโมทนำไฟฟ้าได้ดีขึ้น!

 

5.ถ้ากระจกหน้ามีรอยร้าว ใช้น้ำยาทาเล็บทา!

windshield crack
Photo: lilluna

ถ้ากระจกหน้ารถของคุณร้าว และคุณยังไม่ได้ไปซ่อม ช่วงที่รอ สามารถใช้น้ำยาทาเล็บทาทั้งสองด้านของรอยแตก เพื่อไม่ให้มันร้าวไปมากกว่าเดิมได้

 

6.ดูที่เข็มน้ำมันของคุณ..แล้วจะรู้ว่า ฝาน้ำมันอยู่ข้างไหน

857d594b0e441b8e_shutterstock_34930981.xxxlarge_2x
Source: Shutterstock

สำหรับคนที่พึ่งได้รถมาใหม่ แล้วไม่รู้ เพียงแค่คุณดูที่ลูกศรตรงเข็มน้ำมัน คุณจะรู้ทันทีว่าต้องเติมน้ำมันที่ฝั่งไหน จะได้จอดรถได้ถูกนั่นเอง

 

7.ถ่ายรูปสถานที่ที่คุณจอดรถ

forgot-where-you-parked-locate-your-lost-car-using-these-free-mobile-apps.w654
Source: Shutterstock

แทนที่จะต้องมานั่งจำที่จอดรถ หากคุณเป็นคนขี้ลืม วิธีนี้ดูจะง่ายสุดแล้วล่ะ และที่สำคัญทุกคนคงมีมือถือที่ถ่ายรูปได้ใช่มั้ยล่ะ มันจึงง่ายนิดเดียว!

 

8.ใส่ที่ใส่รองเท้าด้านหลังของเบาะที่นั่ง

679339b19586e2d6_391062_504258996302377_1085757730_n.xxxlarge
Source: Martha Stewart

แล้วของต่างๆ ในรถคุณ ก็จะถูกจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบในที่สุดยังไงล่ะ

 

9.ใช้ที่ดูดในส้วม มาดูดรอยบุบของรถได้

plunger
Source: Shutterstock

สำหรับรอยบุบที่ไม่ใหญ่มากนัก สามารถใช้ที่ดูดส้วม มาดูดรอยบุบขึ้นมาได้ รับรอง มีประโยชน์มาก

 

10.ขัดรถคุณให้เงาวับด้วยครีมนวด

anti hair
Source: Shutterstock

ลองใช้ครีมนวดมาขัดเงารถของคุณสิ รถจะเงา และน้ำไม่เกาะรถอีกด้วย!

 

11.ใช้ที่กรองกาแฟมาขัดรถด้านใน

7a9826f400bdadb9_7366d2e4ba42a6de_car.preview.xxxlarge
Photo: Sarah Lipoff

นำที่กรองกาแฟ มาโรยด้วยน้ำมันมะกอกนิดหน่อย หรือถ้าคุณไม่อยากใช้น้ำมันมะกอก คุณสามารถใช้น้ำยาทำความสะอาดอื่นๆ ได้ แต่รับรอง กระดาษกรองกาแฟทำความสะอาดได้ดีมาก

 

12.ไม่ให้อาหารเย็นก่อนถึงบ้าน ด้วยเบาะทำความร้อน

seat warmer food
Source: Reddit

หากคุณต้องซื้อของกินกลับบ้าน และไม่อยากให้มันหายร้อนก่อนถึงบ้าน ลองหาเบาะทำความร้อนมาวางในรถ แล้วเอาอาหารวางไว้ข้างบนสิ

 

13.แขวนลูกเทนนิสเอาไว้ เพื่อจะได้รู้ว่าต้องหยุดรถตอนจอด จะได้ไม่ชน

bb6eacc49f3d007d_tennis-ball-as-parking-guide-3.xxxlarge
Source: I Dream of Clean

หากรถคุณไม่มีเซนเซอร์หลัง หรือมีแต่ก็ทำให้คุณเสียวเวลาจอดรถในบ้านคุณทุกที ลองแขวนลูกเทนนิสไว้แบบนี้ แล้วคุณจะรู้ทันทีว่าเมื่อไหร่ควรหยุดรถ ก่อนจะชนผนังด้านหลัง

 

14.ใช้กล่องใส่ซีเรียลเป็นถังขยะในรถ

7d18f4396f049e49_100999850.jpg.rendition.largest.xxxlarge
Source: I Dream of Clean

ประหยัดเงินง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องซื้อถังขยะไว้ในรถด้วยการนำที่ใส่ซีเรียลมาทำถังขยะในรถแทน!

 

เป็นไงกันบ้างครับสำหรับ ไอเดียดีดีกับ 14 เคล็ดลับสำหรับ “คนใช้รถ” ลองเอาไปใช้กันดูนะครับ เราไม่ต้องไปเสียเงินจ้างช่างอีกด้วย เราใช้ของที่มีอยู่ในบ้านให้เกิดประโยชน์เท่านั้นเองครับ

ที่มา kiitdoo.com